แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพฯ : พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ กรุงเทพฯ
พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ ตั้งอยู่ที่วัดเทพธิดาราม เป็นพื้นที่ที่กวีเอกของไทยเคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงระยะหนึ่ง และเป็นที่ที่สุนทรภู่ได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย โดย พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ แห่งนี้เป็นกุฏิที่สุนทรภู่เมื่อครั้งที่บวชเป็นพระภิกษุ ได้จำพรรษาที่กุฏิหลังนี้ และในปัจจุบันทางวัดเทพธิดารามได้เก็บรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของสุนทรภู่เมื่อครั้งที่ท่านบวชเป็นพระภิกษุไว้ที่กุฏิหลังนี้ และภายในจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ ให้ความรู้ต่างๆ แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม สุนทรภู่ นั้น หลังจากที่ท่านถึงแก่อนิจกรรมไปเมื่อ พ.ศ. 2398 ทางองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรมเมื่อ พ.ศ. 2529 เป็นกวีที่มีความสำคัญของไทยเป็นอย่างมาก ผลงานของท่านมีอยู่อย่างมากมาย เช่น นิราศ 9 เรื่อง นิทาน 5 เรื่อง สุภาษิต 3 เรื่อง บทละคร 1 เรื่อง บทเสภา 2 เรื่อง และบทเห่กล่อม 4 เรื่อง และเพื่อเป็นการรำลึกถึงสุนทรภู่ ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็น ‘วันสุนทรภู่’
และหากมาที่พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่แล้วก็ต้องแวะที่ วัดเทพธิดาราม เพราะเป็นสถานที่เดียวกัน โดยวัดเทพธิดารามแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เดิมชื่อว่า วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงวิลาส พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ (กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ) และพระราชทานนามว่า “วัดเทพธิดาราม” ที่หมายถึงอัปสรสุดาเทพ ด้านสถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้ เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างไทยและจีน จะเป็นอาคารแบบไม่มีช่อฟ้าใบระกาแบบวัดอื่นๆในสมัยนั้น และเครื่องประดับของวัดนี้จะเป็นตุ๊กตาจีนสลักหิน มีทั้งรูปคนและรูปสัตว์ และตุ๊กตาที่เป็นรูปคนบางตัวก็แต่งกายแบบจีน บางตัวแต่งกายแบบไทย สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้คือตุ๊กตาจีนที่วัดแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการสลักเป็นผู้หญิงในลักษณะต่างๆ ภายในวัดจะมีโบสถ์ มีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ และยังมี ‘หอไตร’ ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย เป็นอาคาร 2 ชั้น ใต้ถุนสูง หน้าบันปิดทองแล้วประดับด้วยกระจกสี มีงานศิลปะลายรดน้ำอยู่ทุกบานประตูและหน้าต่าง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์ใบลานซึ่งจารึกพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่นๆ โดยหอไตรแห่งนี้ถูกรักษาไว้อย่างดี จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจาก UNESCO เมื่อ พ.ศ. 2554 เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก มีเรื่องราวและสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อีกทั้งยังมีเรื่องราวของกวีเอกของไทยอย่าง สุนทรภู่ ณ วัดแห่งนี้อีกด้วย