มิวเซียมสยาม กรุงเทพมหานคร

เผยแพร่เมื่อ February 3, 2025

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร : มิวเซียมสยาม กรุงเทพมหานคร

มิวเซียมสยาม ตั้งอยู่ที่ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่อยู่ภายใต้สถาบันพิพิธภัณฑ์ การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอีกระดับที่ให้ผู้ชมสามารถมาเรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์แบบใหม่ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ กิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ โดยมิวเซียมสยามแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ เดิมทีเป็นตึกกระทรวงพาณิชย์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2463 – 2465 ในมัยรัชกาลที่ 6 หรือ 100 ปีก่อน สร้างไว้สำหรับใช้เป็นสำนักงานกระทรวงพาณิชย์ ออกแบบโดย มาริโอ ตามานโญ เป็นสถาปนิกชาวอิตาลี มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบสมัยเรอเนสซองส์ มีผังแบบสมมาตร มีมุข 3 มุข มุขตรงกลางจะเป็นโถงทางเข้า และโถงบันได และมุขข้างทั้งสองยื่นออกมาแค่ช่วงเสาเดียว เพื่อเน้นให้มุขตรงกลางมีความโดดเด่น ฐานของอาคารแห่งนี้จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดฐานรากรับผนัง ไม่มีเสาเข็ม โครงสร้างเป็นแบบผสมมีทั้งเสาคอนกรีตขนาดเล็กซ่อนอยู่ตามแนวผนัง และมีผนังรับน้ำหนัก ก่ออิฐ 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นหลังคาปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องว่าว ชั้นในเป็นหลังคาแบบเทคอนกรีตเสริมเหล็กบางเพื่อป้องกันน้ำฝนรั่วซึม และมีช่องว่างระหว่างหลังคากับตัวอาคารเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งชั้น 2 ของอาคารจะเป็นประธานของอาคารแห่งนี้  มีการทำกรอบหน้าต่างซุ้มโค้ง ชั้น 2 จะมีขนาดที่สูงกว่าชั้น 1 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นในความสวยงามของอาคาร สถาปัตยกรรม ในปัจจุบัน มิวเซียมสยาม ได้จัดแสดงนิทรรศการเพื่อให้ผู้ชมได้มาเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ทางพิพิธภัณฑ์ต้องการนำเสนอ โดยมีนิทรรศการหลักคือ นิทรรศการ ‘ถอดรหัสไทย’ เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นไทยในทุกๆด้าน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดแสดงทั้งแบบจำลองสถานการณ์ จัดแสดงข้าวของต่างๆ และอื่นๆ ที่ทำออกมาได้ดีเป็นอย่างมาก นอกจากนิทรรศการหลัก ก็จะมีนิทรรศการหมุนเวียนที่จะจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป มิวเซียมสยาม เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราว ความรู้ที่พร้อมจะให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาชม เจ้าที่คอยดูแลตลอด อีกทั้งที่นี่ยังมีบรรยากาศที่ดีมาก ด้านหน้าและด้านหลังเป็นสนามหญ้าสีเขียวขจี ที่สามารถมานั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจได้แบบสบายๆ สนามด้านหลังมักจะจัดกิจกรรมต่างๆ และที่นี่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ ของกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินเท้าไปได้ เหมือนได้เดินเที่ยวรอบกรุงฯ ชมบรรยากาศรอบข้าง อีกหนึ่งที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อภาษาไทย

มิวเซียมสยาม

ชื่อภาษาอังกฤษ :

Museum Siam

เวลาเปิด - ปิด :

เปิดให้บริการวันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น. (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ที่อยู่ :

เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

ข้อมูลอ้างอิง :

เว็บไซต์มิวเซียมสยาม , โบรชัวร์

หมายเหตุ :

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ราคา 100 บาท , นักเรียน นักศึกษาราคา 50 บาท (เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี , ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป , พระภิกษุสงฆ์ นักบวช , ผู้พิการ และมัคคุเทศก์ เข้าชมฟรี) / Foreigner 100 baht

สถานะ :

ไม่มีข้อมูล

กิจกรรมแนะนำ

1

นิทรรศการ "ถอดรหัสไทย"

“ถอดรหัสไทย” เป็นนิทรรศการหลักของมิวเซียมสยามที่จัดแสดงความเป็นไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผ่านการนำเสนอด้วยเทคโนโลยี สื่อผสมผสานเรื่องราวการพัฒนาชาติไทย สิ่งที่แสดงถึงความเป็น ‘อัตลักษณ์’ของไทย สังคมของไทยมีความเป็นสังคมที่รวมหลายวัฒนธรรมจากหลายองค์ประกอบ นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” จึงจะเป็นตัวแทนในการค้นหาความหมายที่แท้จริงของความเป็นไทย ผ่านการเล่าเรื่องราวความเป็นไทย ในมิติต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมประเพณี อาหาร และเสื้อผ้า ที่มีการพัฒนาตามบริบททางสังคม  ตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน โดยจัดแสดงทั้งหมด 14 ห้อง  จะเริ่มเดินชั้นที่ 3 เป็นชั้นแรก ได้แก่

1. ห้องไทยรึเปล่า? : ห้องนี้จะรวบรวมความคิดเห็นต่างๆ ของสังคมต่อปรากฏการณ์ “ความเป็นไทย” ที่เป็นปัญหาและเกิดการถกเถียงกัน โดยที่ปรากฏการณ์เหล่านี้ยังไม่หยุด และไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เพราะความเป็นไทยนั้นมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จนยากที่จะหาคำจำกัดความใดๆ ภายในห้องนี้ ตรงกลางห้องจะมีหุ่นที่ใส่ชุด ‘วีรนารี’ ของมิสแกรนด์ชุมพร 2017 ล้อมรอบไปด้วยจอแสดงของการถกเถียงในสังคมในเรื่องของความเป็นไทย เช่น เลดี้กาก้าสวมชฎา นักแสดงหน้าฝรั่งแต่เล่นละครไทย ถกเถียงว่าแท้จริงแล้ว อะไรคือความเป็นไทย ไทยแท้ๆ นั้นเป็นอย่างไร ผู้ชมก็จะได้ร่วมคิดตามไปด้วยได้เกี่ยวกับข้อถกเถียงที่เกิดขึ้น

2.ห้องไทยแปลไทย : ห้องนี้จะเป็นห้องที่จัดแสดงวัตถุตัวแทนความเป็นไทยในแต่ละยุคสมัย วัตถุที่แสดงแต่ละชิ้นจะถูกถอดรหัสเพื่อแปลความหมายว่าเหตุใดสิ่งนี้จึงมีความเป็นไทย เกิดขึ้นจากใคร เมื่อไหร่ และด้วยเหตุผลอะไร ภายในห้องนี้จะจัดแสดงวัตถุต่างๆ ทั้งจัดแสดงในตู้โชว์ และเอาไว้ในลิ้นชักที่ให้ผู้ชมสมารถเปิดดูได้ เช่น หม้อบ้านเชียง สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องที่แสดงความเก่าแก่ของชาติไทย ศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 1 เป็นสิ่งที่ถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ชาติไทย ภาษาไทยและพระมหากษัตริย์ ในอุดมคติของไทย คือ พ่อปกครองลูก รัชกาลที่ 4 น่าจะทรงเห็นความสำคัญในเนื้อหาของศิลาจารึกหลักนี้ จะใช้แสดงตัวตนของไทยได้ จึงทรงแปลพระราชทานให้กับเซอร์ จอห์น เบาว์ริง เพื่อแสดงความเป็น “ชาติ” และ “ความเป็นไทย” ต่อชาวโลก หนังใหญ่ ที่มีที่มาจากวายังปูร์วา ของชวา ต่อมาได้มีการพัฒนา ใส่ความประณีต ประดิษฐ์ท่วงท่าการเชิด จนกลายเป็นศิลปะไทย โดยมีหลักฐานว่าเริ่มกันมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา และวัตถุที่อยู่ภายในลิ้นชัก เช่น เครื่องสังคโลก โดยคำว่า ‘สังคโลก’ นั้น คือเมือง สวรรคโลก ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์มีการเพี้ยนมาเป็นคำว่า สังคโลก ในพุทธศตวรรษที่ 20 ผลิตภัณฑ์ “เครื่องสังคโลก” จากสยามกลายเป็นสินค้ายอดนิยมของต่างประเทศเป็นอย่างมาก และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสุโขทัย ของป่า จำพวกงาช้าง หนังกวาง ไม้ฝาง ไม้หอม เขาสัตว์ สิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของสยาม เป็นสิ่งสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของสยามประเทศโดยเฉพาะกรุงศรีอยุธยา

3.ห้องไทยตั้งแต่เกิด : เป็นห้องที่จัดแสดงเกี่ยวกับลำดับเวลาและการพัฒนาความเป็นไทย ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไว้ 6 ยุค คือ 2400,2475,2500,2530,2540 และ 2550 ห้องนี้มีการนำเสนอในรูปแบบของการแสดงแสง สี เสียง บนโต๊ะขนาดใหญ่ มีเทคนิคที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างเช่นเทคโนโลยีโมดูลไฮดรอลิก มีเสียงบรรยาย และกราฟิกที่สวยงามมากๆ สิ่งที่แสดงอยู่บนโต๊ะจะเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นตัวแทนของความเป็นไทยในยุคต่างๆ ที่อาจถูกนำมาผลิตซ้ำได้ และบางยุคก็มีการสร้างความเป็นไทยขึ้นมาใหม่

4.ห้องไทยสถาบัน : เป็นห้องที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมทดลองประกอบความเป็นไทยจาก “ภาพจำ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยผ่านการเล่นลูกเต๋าบนโต๊ะ แต่ละลูกจะมีภาพสัญลักษณ์อยู่ ไม่ซ้ำกัน ทั้งหมด 27 ลูก 27 สัญลักษณ์ แบ่งออกเป็น 3 หมวดด้วยกัน คือหมวดชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพียงแค่จับกลุ่มสัญลักษณ์ให้ถูกหมวดหมู่ คล้ายกับเกมจิ๊กซอว์ ผู้ชมสามารถประกอบลูกเต๋าบนโต๊ะกลางห้อง ภาพจะปรากฏขึ้นบนจอแสดงผล

5.ห้องไทยอลังการ : เป็นห้องที่จำลองราชบัลลังก์และท้องพระโรงของพระราชวังสมมุติ ด้วยเป็นที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเปรียบได้ดั่ง ‘พระอินทร์’ ประทับบนยอดเขา ‘พระสุเมรุ’ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ตามคติไทยโบราณหากเข้าไปราชบัลลังก์จำลองใกล้ๆ จะเห็นครุฑเรียงแถวเฝ้าเชิงเขาพระเมรุอยู่ เหนือขึ้นไปเป็นแถวเทวดา และเมื่อมองไปรอบๆ ห้อง จะพบดาวบนเพดาน กลุ่มดาวต่างๆ ในจักรวาล ผนังประดับด้วยภาพเทพนม ซึ่งแสดงถึงเหล่าเทวดาที่มาชุมชนุมกัน ณ จักรวาลแห่งนี้ ห้องพระโรงจึงเปรียบดั่งแดนสวรรค์ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นดั่งศูนย์กลางของความเป็นไทย

6.ห้องไทยแค่ไหน : เป็นห้องที่จัดแสดงเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยในรูปแบบต่างๆ ทุกชุดล้วนเป็น ‘ชุดไทย’ อย่างเช่น ชุดไทย ชุดนักเรียนของไทย ชุดประจำชาตนนางงาม ชุดท้องถิ่นต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

และเดินลงมาชั้นที่ 2 ได้แก่

7.ห้องไทย Only : เป็นห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่มีแค่ไทยเท่านั้นที่มี เป็นสิ่งของที่เห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เห็นแล้วสามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นของไทยแน่นอน เช่น เครื่องปรุง ถุงกระดาษ ช้อนสแตนเลส ถุงหิ้วกาแฟผูกหนังยาง กระบอกตั๋วรถเมล์ เสื้อวิน และอื่นๆ อีกมากมาย และไฮไลต์อยู่ที่คุณเอิบทรัพย์ หุ่นนางกวักยักษ์สูงกว่า 4 เมตร เป็นสิ่งสะท้อนความเป็นไทยอย่างมาก

8.ห้องไทย Inter : ห้องนี้มีชื่อเล่นว่า ‘ไทยเสนอ เทศสนอง’ เป็นห้องที่นำเสนอประเด็นมุมมองความเป็นไทยของสิ่งต่างๆ  ที่แตกต่างกันในสายตาชาวไทยและต่างชาติ เช่น เรือสุพรรณหงส์คู่กับเรือหางยาว และห้องนี้จะแสดงในตู้ แต่ละตู้จะมีสิ่งของต่างๆ ที่ผู้ชมสามารถส่องชมได้

9.ห้องไทยวิทยา : เป็นห้องที่จำลองบรรยากาศห้องเรียน 4 ยุคสมัย โรงเรียนและแบบเรียน ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลทุกสมัยใช้ในการปลูกฝัง ‘ความเป็นไทย’ ให้กับเยาวชนของชาติ เริ่มที่ห้องแรกด้านซ้ายมือ เป็นห้องเรียนสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถัดมาที่ห้องฝั่งตรงข้าม สมัยหลัง 2500 ซึ่งมี ‘เรณู – ปัญญา’ ซึ่งเป็นแบบเรียนหลักสมัยนี้ เน้นที่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต่อมาเป็นห้องสมัย 2530 ที่ใช้แบบเรียน ‘มานะ – มานี’ นอกจากจะเน้นที่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์แล้วนั้น ยังพูดถึงเรื่องชีวิตกสิกรรม และสำนึกรักในท้องถิ่น และห้องสุดท้ายคือยุค 2540 ที่ได้ทำคอมพิวเตอร์เข้ามา และเปลี่ยนแบบเรียน ‘ดรุณศึกษา’ เป็นยุคที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีบทบาทสูงสุด มีการกล่าวถึงพระราชกรณียกิจและแนวคิดปรัชญาพอเพียงในแบบเรียนและสื่อต่างๆ

10.ห้องไทยชิม : เป็นห้องที่จัดแสดงอาหารหลากหลายเมนูที่เป็น ‘อาหารไทย’ จะพาผู้ชมไปเรียนรู้ที่มาของอาหารไทยที่ขึ้นชื่อต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี อย่างเช่น ต้มยำกุ้ง ส้มตำ และผัดไทย โดยใช้เทคโนโลยี QR Scan และโมชันกราฟิกที่สวยงามมากๆ นอกจากนี้ก็มีแผ่นพับรูปจาน ที่บอกความรู้เกี่ยวกับอาหารนั้นๆ หากมาที่ห้องนี้จะได้พบกับอาหารไทยมากมาย ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชอบอย่างแน่นอน

11.ห้องไทยดีโคตร : เป็นห้องที่นำเสนอพัฒนาการของความเป็นไทย ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอื่น โดยศิลปกรรมของไทยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ล้วนมีพัฒนาการจากวัฒนธรรมอื่นๆ อย่างเช่น พระปรางค์วัดอรุณ  ตัวอักษรไทย และรถตุ๊กตุ๊ก ที่มีการนำเสนอด้วยภาพแบบเลเซอร์คัท 3 มิติ โซโทรป และฟลิปบุ๊ก

12.ไทยเชื่อ : เป็นห้องที่รวบรวมวัตถุทางความเชื่อส่วนหนึ่งของเมืองไทย จำนวน 108 สิ่ง ที่ครอบคลุมทั้งความเชื่อเรื่องผี พุทธศานา พราหมณ์ และความเชื่อแบบไทยๆ เช่น ชั้นทางขวาพระพุทธรูปปางต่างๆ พระไตรปิฎก รูปจำลองเกจิอาจารย์  และเครื่องอัฐบริขาร ชั้นทางซ้ายจะเป็นของบูชาศาสนาพราหมณ์ มีเทวรูปต่างๆ  ทางด้านชั้นตรงกลาง จะเป็นวัตถุบูชาเกี่ยวกับผี เช่น บั้งไฟ ศาลพระภูมิ จอมปลวก และเครื่องรางต่างๆ เช่น ปลีดขิก นางกวัก เป็นต้น

13.ห้องไทยประเพณี : เป็นห้องที่จัดแสดงในรูปแบบโกดังเก็บของ ที่นำเสนอเกี่ยวกับประเพณี เทศกาล และมารยาทของไทย ที่สะท้อนความเป้นไทยได้อย่างชัดเจน โดยจะมีการใส่ไว้ในกล่องสีส้มคือประเพณีไทย กล่องสีเขียวคือเทศกาล และกล่องสีน้ำเงินคือมารยาท ภายในกล่องจะมีแผ่นพับอธิบายเรื่องราวและที่มาที่ไปของหัวข้อนั้นๆ บางกล่องก็จะมีเกมให้ เล่นสนุกและเพลิดเพลินแน่นอน

14.ห้องไทยแชะ : เป็นห้องที่ทำเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ ที่นำเสนอประเด็นความสำคัญของภาพถ่ายที่บ่งบอกความเป็นไทย ในยุคสมัยต่างๆ โดยผู้ชมสามารถเลือกชุด เครื่องประดับ ฉาก และเครื่องประกอบฉากได้ มาถ่ายรูปเล่น ซึมซับบรรยากาศของยุคนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

 

 

รวมแหล่งท่องเที่ยวและภาพถ่ายทั่วไทย