วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

เผยแพร่เมื่อ February 5, 2025

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร : วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ วัดภูเขาทอง ตั้งอยู่ที่ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “วัดระแก” แต่รัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ มีการขุดคลองรอบเมืองตั้งแต่บางลำพูถึงวัดจักรวรรดิราชาวาส คลองหลอด และคลองเหนือวัดสระแก เมื่อขุดคลองเสร็จแล้วนั้นได้พระราชทานนามว่า “วัดสระเกศ” มีความหมายว่า ชำระหรือทำความสะอาดพระเกศา เนื่องจากวัดนี้เคยเป็นที่ประทับทำพิธีพระกระยาสนาน และสร้าง “เจดีย์ภูเขาทอง” หรือ พระบรมบรรพต เจดีย์บนภูเขาจำลอง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงนำแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างเสร็จในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชทานนามว่า ‘พระบรมบรรพต’ ซึ่งปัจจุบันเจดีย์ภูเขาทอง ถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้ที่ใครก็ต้องขึ้นมากราบไหว้ ‘พระบรมสารีริกธาตุ’ ด้านบนยอดเขาที่ได้รับมาจากประเทศอินเดีย ทางขึ้นมีการจัดเตรียมไว้อย่างดีม มีจุดเริ่มต้นที่จุดขายตั๋ว เดินขึ้นสะดวก ระหว่างทางมีจุดนั่งพัก ระฆังให้นักท่องเที่ยวได้เคาะตามทางได้ สามารถเดินไปชมวิวไปได้ ประดับไฟอย่างสวยงาม ร้านกาแฟที่พร้อมให้บริการกับนักท่องเที่ยว และเมื่อถึงด้านบนแล้วจะพบกับพระพุทธรูปหลายองค์อันศักดิ์สิทธิ์ และพระบรมสารีริกธาตุที่ทุกคนมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกัน และขึ้นไปด้านบนสุดอีกจะเป็นบริเวณยอดด้านนอกที่เป็นอีกหนึ่งจุดกราบไหว้ และยังสามารถขึ้นมาชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นเมืองกรุงเทพฯ ได้เต็มๆ และยังเห็นความงามของพระบรมสารีริกธาตุได้แบบเต็มๆ อีกด้วย เหลืองทองอร่าม และเมื่อกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปต่างๆ ชมบรรยากาศด้านบนเรียบร้อยแล้ว จะมีทางเดินลงที่สามารถไปกราบไหว้พระพุทธรูปชื่อดังอย่าง หลวงพ่อดำ หลวงพ่อดวงดี หลวงพ่อโชคดี หลวงพ่อโต และรอยพระพุทธบาท อาทิ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปหล่อ ปิดทอง ในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าตักกว้าง 7 ศอก 1 คืบ ส่วนสูง 10 ศอก เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากองค์หนึ่ง โดยประดิษฐานอยู่บริเวณภูเขาทองมาอย่างช้านาน มีคำเล่าต่อกันมาว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดให้นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดสระเกศ ในสมัยเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ญาโณทยมหาเถระ ครั้งแรกทรงดำรงสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ทรงดำริที่จะนำหลวงพ่อโตเข้ามาประดิษฐานที่เชิงบรมบรรพตภูเขาทอง ทางด้านทิศเหนือตรงกันกับที่ประดิษฐานเดิม เพื่อเหมาะสมกับที่เป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และเมื่อพระราชดำรินี้ถึง ดร.บุญรอด บิณฑสัณห์ และคุณหลวงสัมฤทธิวิศวกรรม จึงได้สละทรัพย์ในการดำเนินก่อสร้าง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2506 ทำการประกอบพิธีอันเชิญขึ้นประดิษฐษนบนฐานที่สร้างใหม่ ต่อมาทางวัดได้สร้างพระวิหารขึ้นเพื่อให้เหมาะสมและสะดวกแก่ผู้ที่มาสักการะ จนเป็นที่นับถือของชาวบ้าน “เป็นหลวงพ่อที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความสุข ความเจริญ” นอกจากนี้ภายในวัดแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก หลากหลายจุด อาทิ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หอพระไตรปิฎก ศาลาพระธรรมเจดีย์ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ พระวิหารหลวงพ่อดำ พระวิหารหลวงพ่ออัฏฐารส และพระอุโบสถ เป็นต้น “วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ ขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง และชมวิวเมืองกรุงเทพฯ อันสวยงามได้ที่วัดแห่งนี้

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อภาษาไทย

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ชื่อภาษาอังกฤษ :

Wat Saket Ratchawora Mahawihan

เวลาเปิด - ปิด :

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 19.00 น.

ที่อยู่ :

ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวง บ้านบาตร

ข้อมูลอ้างอิง :

เว็บไซต์หอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร , ป้ายข้อมูลในสถานที่

หมายเหตุ :

ค่าเข้าชม : คนไทยเข้าฟรี / Foreigner 100 baht

สถานะ :

ไม่มีข้อมูล

กิจกรรมแนะนำ

1

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หรือ โพธิ์ลังกา

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หรือ โพธิ์ลังกา ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ ในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้อัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยามาจำนวน 6 ต้น พระราชทาน ให้ไปปลูกที่เมืองนครศรีธรรมราชจำนวน 2 ต้น เมืองกลันตันจำนวน 1 ต้น และปลูกที่อารามหลวงในกรุงเทพฯ ได้แก่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ และวัดสุทัศเทพวราราม จำนวน 3 ต้น เป็นสถานที่ภายในวัดสระเกศที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาชม ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อันสง่างามแห่งนี้

2

พระอุโบสถ

พระอุโบสถ มีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหลังคาลดสามชั้น มุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ภายในกำแพงแก้วติดกับพระวิหาร หน้าบันไม้แกะสลักปิดทอง ประดับกระจกภาพพระนารายณ์ทรงครุฑ ซุ้มประตูหน้าต่างเขียนลายรดน้ำ และภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เหมือนของเดิม ด้านบนจะเป็นภาพเทพยดา ด้านล่างจะเป็นภาพเล่าเรื่องของทศชาติ ผนังด้านหน้าพระประธานเป็นภาพมารผจญ และผนังด้านหลังเป็นภาพเล่าเรื่องไตรภูมิ รอบพระอุโบสถจะมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง 8 ทิศ เป็นลักษณะกูบช้างหน้านาง ประดับด้วยกระเบื้องมีใบเสมาคู่ สลักด้วยศิลาประดับกระจกสี ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก และภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระประธาน” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ นอกจากนี้บริเวณรอบพระอุโบสถยังมี “พระระเบียง” มีซุ้มประตู 4 ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูป 163 องค์ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ และพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ และพระพุทธรูปปูนปั้น สามารถเดินไหว้ สักการะ รอบพระอุโบสถ

รวมแหล่งท่องเที่ยวและภาพถ่ายทั่วไทย