สถานที่ท่องเที่ยวชลบุรี : วิหารเซียน หรือ อเนกกุศลศาลา
วิหารเซียนนั้นนับว่าเป็นสถานที่ที่รวมวัตถุโบราณสุดยอดศิลปะจากจีนที่มีมูลค่านับพันล้านบาท โดยรวบรวมศิลปกรรมหายากของสามศาสนา อันได้แก่ พุทธ เต๋า และขงจื๊อ อยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งปรกติเราจะไม่มีทางพบจากที่อื่น ก่อตั้งโดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ (อาเตีย) ซึ่งได้รับพระราชทานที่ดินมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นแหล่งรวมและเผยแพร่ความรู้ทางปรัชญาทางศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมไทย -จีน
ภายในวิหารเซียนจะพบกับโบราณวัตถุงานศิลปกรรมชั้นสูงจากจีนซึ่งประเมินมูลค่ามิได้ ไม่ต่างจากการได้เดินชมพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของเมืองจีน ซึ่งงานศิลปกรรมบางส่วนทางรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนมอบให้กับอาจารย์สง่าเป็นจำนวนถึง 328 รายการ รวมถึงการที่อาจารย์สง่าใช้เงินทุนส่วนตัวมาเก็บไว้
สิ่งที่น่าสนใจคืองานหล่อสำริดเทวรูปของจีนจากยุคราชวงศ์ต่างๆ งานดินเผา ลายมือของบุคคลสำคัญของจีนที่มอบให้กับอาจารย์สง่า และที่สำคัญ เราจะสามารถเห็นหุ่นดินเผาที่มาจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ที่ส่งตรงมาจากซีอาน โดยเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลจีนอนุญาตให้นำออกนอกประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงระดับความสำคัญและความเคารพนับถือของรัญบาลจีนที่มีต่ออาจารย์สง่า
เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ วิหารเซียน มักไม่ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยวของพัทยาและสัตหีบ ซึ่งหากนับตามความเป็นจริงแล้ว วิหารเซียนควรจะเป็นสถานที่ Unseen ที่แนะนำให้มาเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับพุทธศาสนิกชนและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจีนหรือสืบเชื้อสายมาจากจีน โดยเมื่อเทียบกับค่าเข้าชมกับความยิ่งใหญ่และของล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้เหล่านี้ถือว่าไม่แพงเลย แนะนำให้มาเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง
วิหารเซียนปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิอเนกกุศลศาลา ภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนา
ประวัติ
อาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทางด้านภูมิศาสตร์ หรือศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีน อาจารย์สง่าเป็นชาวจีนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงทั้งในจีนและไทย โดยในไทยได้เป็นที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยให้กับธุรกิจเครือซีพี ส่วนในจีนก็เป็นบุคคลที่รัฐบาลจีนให้ความเคารพ เริ่มต้นนั้นท่านมาช่วยงานวัดญาณสังวรารามวรวิหาร จากนั้นได้รับพระราชทานที่ดินจำนวน 7 ไร่ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็คือบริเวณวิหารเซียนในปัจจุบัน อาจารย์สง่าจึงได้นำที่ดินผืนนี้มาจัดทำประโยชน์เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและจีน โดยเป็นแหล่งรวมศิลปกรรมไทย-จีน ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธ ขงจื๊อ และเต๋า อาจกล่าวได้ว่าวิหารเซียนเป็นที่เผยแพร่หลักธรรมอันเป็นเอกภาพของทุกศาสนา
ครั้งหนึ่งอาจารย์สง่าเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสร้างวิหารเซียนนี้ว่า “พัทยาเป็นเมืองโลกียชน การสร้างวัดวาอารามและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก็เพื่อชำระล้างจิตใจให้สะอาดสดใสขึ้น และเพื่อเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างประเทศได้เห็นถึงความดีงามต่าง ๆ”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานนามให้กับวิหารเซียนแห่งนี้ว่า “อเนกกุศลศาลา” ส่วนชื่อ “วิหารเซียน” นั้น คือชื่อเรียกที่สมเด็จพระสังฆราชได้ตั้งให้ มาจากการทีเรียก อาจารย์สง่า ว่าอาจารย์เซียนในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด อนกกุศลศาลา ด้วยพระองค์เองในปี พ.ศ. 2536












