แหล่งท่องเที่ยวชุมพร : ฟาร์มกาแฟขี้ชะมด (ฟาร์มชะมดหลังสวน)
ฟาร์มกาแฟขี้ชะมดหลังสวน หรือ ฟาร์มกาแฟชะมด Goat เป็นหนึ่่งในฟาร์มที่เลี้ยงชะมดเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจในการผลิตกาแฟขี้ชะมดส่งออกขายของทางจังหวัดชุมพร จุดเด่นของฟาร์มกาแฟขี้ชะมดหลังสวน คือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงชะมดและเป็นร้านกาแฟที่ขายกาแฟขี้ชะมดได้โดยตรงจากผู้ผลิตโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางใดๆ จึงเป็นร้านกาแฟที่ผู้ที่สนใจกาแฟขี้ชะมดสามารถเข้ามาชิมกาแฟขี้ชะมดในราคาที่ไม่แพงและยังได้ความรู้เรื่องกาแฟขี้ชะมดจากผู้ผลิตโดยตรง นอกจากนั้น ข้างๆร้านเป็นฟาร์มชะมดที่เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็สามารถชมความน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าชะมดที่คนทั่วไปยากที่จะจินตนาการได้ว่าหน้าตาของพวกมันเหล่านี้แท้จริงเป็นอย่างไร
กาแฟขี้ชะมดนี้ถือเป็นกาแฟชนิดพิเศษมีราคาแพงและหากินได้ยาก เป็นกาแฟที่มีชื่อเสียงมาจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ชื่อว่า “โกปิ ลูวะ” (Kopi Luwak) เกิดจากการที่ตัวลูวัค หรือชะมดพันธุ์ Paradoxurus กินเมล็ดกาแฟที่สุกเข้าไปและขับถ่ายมูลออกมาเป็นกาแฟขี้ชะมด ซึ่งกาแฟขี้ชะมดมีลักษณะพิเศษคือ เวลานำกาแฟขี้ชะมดไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมพิเศษแบบที่ไม่มีในกาแฟโรบัสต้าปรกติ เกิดจากผลกาแฟที่อยู่ในท้องของตัวชะมดจะผสมกับเอนไซม์และสารเคมีในกระบวนการย่อย ทำให้โปรตีนในเมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมลเกุลเล็กซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ออกมาได้อย่างง่ายๆ เพราะชะมดหนึ่งตัว เฉพาะมูลที่ขับถ่ายออกมามีเพียง 5 กิโลกรัมต่อปีเท่านั้น ส่วนผลผลิตเมล็ดกาแฟขี้ชะมดนั้นก็จะได้ออกมาเพียงหนึ่งในสิบจากที่ชะมดได้กินไปเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีกระบวนการเก็บกาแฟขี้ชะมดไปตากแดดแล้วนำไปผึ่งไว้ 9 เดือน ถึงจะนำมาใช้ได้ ทำให้กาแฟขี้ชะมดมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 20,000 บาท เลยทีเดียว
ที่ฟาร์มกาแฟขี้ชะมดหลังสวนนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณชินวัตร มนตรีประสาท ที่ทำไร่กาแฟมาก่อนแล้ว ได้ทดลองนำตัวชะมดที่ชาวบ้านนำมาให้ 2 ตัว อายุประมาณ 3 ขวบ มาขังไว้ในกรงเดียวกันเพื่อผสมพันธุ์ ใช้ระยะเวลาตั้งครรภ์ 2 เดือน ออกลูก 3-5 ตัวต่อครอก ปัจจุบันมีชะมดมากกว่า 60 ตัว แต่ก็ยังผลิตกาแฟขี้ชะมดได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด



