สถานที่ท่องเที่ยว สมุทรสงคราม : อาสนวิหารแม่พระบังเกิด หรือ วัดแม่พระบังเกิด
อาสนวิหารแม่พระบังเกิดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง เป็นโบสถ์ที่สร้างมานานมากกว่า 100 ปี ถือได้ว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่ได้สัดส่วนที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ เป็นศิลปะแบบแบบที่เรียกว่าโกธิค (ศิลปะโกธิคเป็นศิลปะที่เกิดในยุโรปช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 สถาปัตยกรรมมีลักษณะส่วนสูงเด่นพิเศษและมีแบบที่ออกมาเป็นลายเส้นอันซับซ้อน ) โบสถ์นี้สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื้อมจากอ้อยใสสีดำ ภายในประดับด้วยกระจกสีที่สวยงามจากประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระนางมารีย์พรหมจารีตามคัมภีร์ไบเบิล และภาพของบรรดานักบุญทั้งชายและหญิง มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามและมีความสำคัญเป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
ประวัติโดยคร่าวๆของอาสนวิหารแม่พระบังเกิดนี้ต้องย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ.1835 โดยทางโรมได้ส่งพระสังฆราชมายังดินแดนสุวรรณภูมิ ในช่วงราว 12 หลังจากนั้น มีคริสตชนราว 200 คน ได้ช่วยกันสร้างวัดในแถบแม่น้ำแม่กลอง ตอนนั้นใช้ชื่อว่า “วัดศาลาแดง” จากนั้นจึงย้ายมาสร้างวัดหลังใหม่ใกล้กับคลองดำเนินสะดวก โดยมีนามชื่อ “แม่พระบังเกิด” เป็นองค์อุปถัมป์ หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1896 วัดหลังปัจจุบันก็ได้ถูกสร้างเป็นรูปเป็นร่างเสร็จสิ้นโดยคุณพ่อเปาโล ซัลมอน ส่วนวัสดุวัดหลังเก่าก็นำไปสร้าง “วัดพระแม่องค์อุปถัมป์” หรือ “วัดใน” ที่คลองขวางล่างแทน ดังนั้นอาสนวิหารแม่พระบังเกิดจึงมีอายุมากกว่าหนึ่งศตวรรษ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 บางส่วนของวัดและกระจกสีได้รับความเสียหาย คุณพ่อเจ้าอาวาศจึงได้มีการบูรณะเรื่อยมาจถึงปี ค.ศ.1993 เมื่อมาแล้วอย่าพลาดเดินชมกระจกสีภายในอาสนวิหารแม่พระบังเกิด


