แหล่งท่องเที่ยวสระแก้ว : ปราสาทสด๊กก๊อกธม
ปราสาทสด๊กก๊อกธมเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ขอมโบราณ ตั้งอบู่บริเวณชายแดนไทย-เขมร ในฝั่งไทยอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว ปราสาทสด๊กก๊อกธมมีความโดดเด่นตรงที่เป็นโบราณสถานขอมหรือศาสนถานแบบฮินดูไศวนิกายที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ซึ่งถูกบูรณะแบบ “อนัสติโลซิส” ซึ่งเป็นวิธีบูรณะแบบสมัยก่อนคือทำวิธีการประกอบคืนสภาพเหมือนต่อจิ๊กซอว์ โดยค่อยๆรื้อตัวปราสาทลงมาทีละชิ้น ทำรหัสให้กับหินแต่ละก้อน จึงเริ่มทำการบูรณะโดยการประกอบเข้าไปใหม่ดังเดิม มีการสร้างรากฐานและเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง คงความดั้งเดิมให้มากที่สุด ซึ่งเนื้อแท้ของการบูรณะแบบ “อนัสติโลซิส” นี้ ต้องประกอบด้วยการนำเอาวัสดุดั้งเดิม กลับไปวางไว้ในตำแหน่งเดิม โดยใช้วิธีก่อสร้างแบบดั้งเดิม ซึ่งวิธีบูรณะแบบนี้เป็นวิธีเดียวกันกับที่ใช้บูรณะโบราณสถาน “อะโครโปลิส” ที่เมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ หรือ “บุโรพุทโธ” ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย แต่ที่ปราสาท “สด๊กก๊อกธม” แห่งนี้ด้วยปัญหาด้านโครงสร้างจึงต้องมีการเสริมเพิ่มเติมมาบ้าง เช่นเดียวกับปราสาทต่างๆในเมืองไทย อย่างปราสาทหินพิมาย ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทพนมรุ้ง
ผังปราสาทสด๊กก๊อกธมสร้างขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาลตามแบบฮินดู องค์ปราสาทตั้งอยู่บนเนินดินสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามดวงอาทิตย์ เชื่อมต่อมาจาก “บาราย” หรือสระน้ำขนาดใหญ่ (ปัจจุบันบริเวณบารายยังมีความเสี่ยงหรือพื้นที่วางระเบิดในครั้งเกิดสงคราม) ตัวปราสาทก่อด้วยหินทรายและศิลาแลงตามลักษณะศิลปะเขมรแบบคลัง-บาปวน ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับผังของปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทด้านนอกเป็นกำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแดง มีทางเข้าหลักเป็นซุ้ม “โคปุระ” ที่ประตูด้านทิศตะวันออก เมื่อผ่านเข้ามาจะพบคูน้ำล้อมปราสาท จึงเป็นระเบียงคดล้อมรอบตัวปราสาท ส่วนตัวปราสาทมีปรางค์ประธานอยู่บริเวณกลาง ภายในประธานเดิมประดิษฐานศิวลึงค์
คำว่า “สด๊กก๊อกธม” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่” ด้วยมีหนองน้ำอยู่ใกล้ๆปราสาท ส่วนในอดีตชาวบ้านจะเรียกปราสาทนี้ว่า “ปราสาทเมืองพร้าว” เพราะมีเรื่องเล่าว่าในอดีตมีคนพบเห็นต้นมะพร้าวขึ้นบริเวณปราสาททั้งที่บริเวณโดยรอบเป็นป่าทึบ จากหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึกสด๊กก๊อกธม 2 ที่หอสมุดแห่งชาติกรมศิลปากร บันทึกไว้ว่า ปราสาทสด๊กก๊อกธมมีจุดเริ่มต้นในราวปี พ.ศ. 1595 ในสมัยของพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 เพื่อประดิษฐาน “กัมรเตงชคตศิวลึงค์” ตามคำแนะนำของพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนาเพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้าและกษัตริย์
จากจุดจอดรถจะเดินด้วยเท้าระยะประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงตัวปราสาท นักท่องเที่ยวอาจจะเช่าจักรยานบิรเวณที่จอดเพื่อขี่ไปสู่ตัวปราสาทก็ได้