แหล่งท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี : ถ้ำขมิ้น
ถ้ำขมิ้นเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าถ้ำเหม็น ถ้ำขมิ้นเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่มาก ภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวจำนวนมาก การเดินชมภายในถ้ำขมิ้นนั้นภายในถ้ำได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1,250 เมตร เดิมถ้ำขมิ้นเคยเป็นถ้ำที่ให้สัมปทานเก็บมูลค้างคาวจึงทำให้ภายในถ้ำนอกจากจะชื่นชมความงามของหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกๆต่างๆในโถงถ้ำขนาดใหญ่แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถพบร่อยรอยการสัมปทานภายในถ้ำด้วย โดยจุดเด่นที่เด่นที่สุดคือ ซากรถจิ๊ปที่ถูกประกอบขึ้นภายในถ้ำ
ลักษณะทางธรณีวิทยาของถ้ำขมิ้นเป็นถ้ำประเภท Solution Cave ที่เกิดในภูเขาหินคาร์บอเนตซัลเฟต โดยเกิดจากน้ำฝนและน้ำใต้ดิน ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมตัวกับไอออนของน้ำทำปฏิกิริยาเป็นกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน ไหลผ่านตามรอยแตกของชั้นหินที่อยู่ใต้ดิน โดยจะละลายหินที่มีส่วนประกอบของแร่แคลไซด์ หรือแคลเชียมคาร์บอเนตให้กลายเป็นรอยแตกหรือโพรงกว้าง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปรอยแตกจะกว้างขึ้นจนกลายเป็นถ้ำในที่สุด
การเดินภายในถ้ำขมิ้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่พาเดินเข้าไป มีระยะทางเดินภายในถ้ำตามระยะและเส้นทางตั้งแต่ 800 – 1,250 เมตร ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตลอดการเดินในถ้ำขมิ้นมีไฟเปิดนำทางตลอดทางเดินภายในถ้ำ โดยเริ่มต้นเดินที่ถ้ำขมิ้นจะต้องเดินขึ้นบันไดไปสู่ถ้ำ 207 ขั้น ก็จะถึงปากถ้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลปู้เจ้าสมิงพรายซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ จากนั้นเป็นการเดินลงสู่ถ้ำด้วยบันไดเหล็กที่ให้ความรู้สึกเดินลงอยู่ในโถงใต้ดินคล้ายเดินลงบันไดของ MRT เมื่อลงมาจะเห็นลานรถจิ๊ปซึ่งเป็นรถที่ประกอบขึ้นภายในถ้ำเพื่อใช้เดินทางภายในถ้ำขณะที่อยู่ในช่วงเวลาสัมปทานมูลค้างคาว ปัจจุบันเก็บเป็นซากไว้ให้ชม มีรอยล้อรถ และอุปกรณ์ จากนั้นจะเดินสู่ห้องต่างๆ ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแตกต่างกัน มีชื่อเรียก ดังต่อไปนี้
- ลานอพอลโลหรือลานหมากขุม เป็นทำนบหินปูขนาดใหญ่ ในช่วงฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจะมีน้ำตกไหลลงมาอย่างดงาม ด้านบนทำนบมีหลุมคล้ายหมากขุม
- ห้องแจกัน เป็นคูหาใหญ่มีหินงอกที่มีลักษณะคล้ายแจกัน ปัจจุบันถูกทุบทำลายไปแล้ว
- ห้องเจ้าหญิง เป็นคูหาม่านที่มีลักษณะเหมือนผู้หญิงที่มีรัดเกล้าบนศรีษะ ดูคล้ายเจ้าหญิง
- ม่านสีชมพู เป็นม่านหินปูนเป็นริ้วๆสีชมพู มองดูเหมือนประพุทธรูปปางสมาธิ
- ลานท่านขุน เป็นทำนบหินปูนขนาดใหญ่ บริเวณนี้มีหินงอกหินย้อยที่มาบรรจบกันเรียกว่า “เสาเอก” และมีหินงอกที่สูงแหลมที่เรียกว่า “หลักชัย”
- ม่านฟ้า เป็นม่านหินย้อยที่มีลักษณะเหมือนเศียรช้าง ดูแปลกตา
- ห้องหินงอกหินย้อย เป็นห้องที่มีการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยและเป็นห้องเดียวที่มีหินคดหรือเกลียวหินปูน
ประวัติถ้ำขมิ้น
ถ้ำขมิ้นมีประวัติมายาวนาน ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ในสมัยสมเด็จพระนารายมหาราช ได้มีพระราชดำริให้ท่านขุนวรรณวงศ์ษา ได้เดินทางมาบูรณะปฎิสังขรณะพระธาตุนครศรีธรรมราช ขณะเดินทางมาถึง อ.บ้านนาสาร ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากจึงได้ต่อเรือข้ามคลองฉวาง เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก ทำให้เรือชน กับตอไม้จนเรือแตก กระแสน้ำจึงได้พัดคณะของท่านขุน มาติดบริเวณถ้ำขมิ้น คณะของท่านขุนจึงไ้ด้ ้ออกสำรวจพื้นที่รอบๆ จนพบถ้ำขมิ้นและได้อาศัยอยู่ในถ้ำจนสิ้นชีวิต ต่อมาชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ เชื่อกันว่าเมื่อผู้มีบุญเข้าไปในถ้ำจะได้พบไก่แก้วซึ่งจะนำทางไปสู่สมบัติ