สถานที่ท่องเที่ยวอยุธยา : วัดมเหยงค์
วัดมเหยงค์เดิมเป็นพระอารามหลวงโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้่าสามพระยา) และได้รับการปฏิสังขรณ์มาหลายสมัย แต่สุดท้ายภายหลังจากที่อยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 วัดมเหยงค์กลายสภาพเป็นวัดร้างตั้งแต่อยู่กลางป่ารก มองไม่เห็นซากปรักหักพังของพระอุโบสถ จากนั้นในปี พ.ศ. 2527 จึงได้เริ่มบูรณะ และมีการซื้อที่ดินของวัดให้มากขึ้น ปัจจุบันวัดมเหยงค์เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา
โดยพระอุโบสถของวัดมเหยงค์นั้นถือเป็นไฮไลต์เพราะเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนได้รับการอนุรักษ์ มีขนาดใหญ่โตและเก่าแก่ ควรค่าแก่การเยี่ยมชม
วัดมเหยงค์ยังเป็นสำนักปฏิบัติธรรม มีคอร์สอบรมกรรมฐาน อุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ บวชศีล 8 ประจำวัน บวชเนกขัมมภาวนา และงานบุญต่างๆ สามารถดูรายละเอียดได้ในเวบไซท์ของวัดมเหยงค์
ในช่วงวันพระใหญ่ พุทธศาสนิกชนจำนวนมากต่างนุ่งขาวห่มขาวหลั่งไหลมาที่วัดมเหยงค์เพื่อฟังธรรม ประกอบพิธีทางศาสนา รวมถึงเวียนเทียน โดยเฉพาะการถ่ายภาพเวียนเทียนที่วัดมเหยงค์ในมุมสูงนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่างภาพนิยมมาจับจองพื้นที่ในการถ่ายภาพ
ประวัติวัดมเหยงคณ์
ตามที่พงศาวดารเหนือได้จดไว้ว่า พระเจ้าธรรมราชา (พ.ศ. 1844 – 1853) กษัตริย์องค์ที่ 8 ของอโยธยา ทรงมีมเหสีชื่อ พระนางกัลยาณี ในขณะนั้นพระองค์ทรงสร้างวัดกุฏีดาว ส่วนพระนางกัลยาณีเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ ดังนั้น ถ้าเชื่อพงศาวดารเหนือ ก็แสดงว่าวัดมเหยงคณ์สร้างในสมัยอยุธยา ก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาอย่างน้อย 40 ปี
จากนั้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) พระองค์ได้สร้างเพิ่มเติมจากรากฐานเดิม ในปี พ.ศ. 1981 และหลังจากนั้นล่วงมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. 2252 มีกษัตริย์พระนาม พระภูมิมหาราช (พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ได้เป็นผู้สั่งการให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ครั้งใหญ่
อันที่จริงต้องสะกดมเหยงคณ์ ดูตามแนวภาษาบาลีก็คือคำว่า มหิยังคณ์ แปลว่า ภูเขา หรือ เนินดิน ซึ่งถ้าพิจารณาภูมิประเทศของวัดมเหยงคณ์ก็เห็นว่าเข้าเค้า เพราะวัดมเหยงตณ์ โดยเฉพาะส่วนพุทธาวาสตั้งอยู่บนเนินสูง นอกจากนั้น ชื่อ มเหยงคณ์ ยังเป็นชื่อสถานที่และพระธาตุสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ศรีลังกา เรียกว่า มหิยังคณ์เจดีย์ อีกด้วย





