ตำนานของเจ้าชายสายน้ำผึ้ง และพระนางสร้อยดอกหมากนี้ เป็นตำนานแห่งการสร้างวัดพนัญเชิง โดยเป็นที่มาของชื่อที่ผันได้หลาบแบบ อาทิ “วัดพระนางเชิญ” หรือ “วัดพระนางเอาเชิง” ตามตำนานพูดถึงเด็กหญิงคนหนึ่งที่พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงนำมาเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม โหรได้ทำนายว่าในกาลภายหน้าคู่ของนางจะเป็นกษัตริย์กรุงไทย ครั้นเวลาล่วงมาก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขณะที่กรุงไทยก็ได้อัญเชิญเด็กชายคนหนึ่งมาเป็นพระเจ้าแผ่นดินปกครอง ขณะที่พระองค์โปรดให้ยกขบวนพยุหยาตราไปทางชลมารค พระองค์ได้สร้างปาฏิหารย์เกิดน้ำผึ้งหยดลงมากลั้วเอาเรือขึ้นไปประทับแทนกำแพงแก้ว จากนั้นพระองค์จึงถูกถวายพระนามว่า “พระเจ้าสายน้ำผึ้ง” แต่นั้นมา จากนั้นพระองค์ได้เสด็จไปโดยเรือพระที่นั่งเอกชัยเพียงลำเดียวจนถึงกรุงจีนจนเป็นที่อัศจรรย์ของพระเจ้ากรุงจีนจนในที่สุดอนุญาตให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งราชาภิเษกกับพระนางสร้อยดอกหมากเป็นพระมเหสี
เมื่อเวลาผ่านไป พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงกราบถวายบังคมลาพระเจ้ากรุงจีนกลับพระนคร เมื่อถึงปากน้ำพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จเข้าพระนครก่อนเพื่อจัดขบวนมารับพระนางสร้อยดอกหมากจากเรือ ครั้นถึงเวลาพระองค์ไม่ได้เสด็จมาด้วยตัวเอง พระนางสร้อยดอกหมากจึงไม่ยอมเสด็จขึ้นจากเรือและกล่าวน้อยใจ พระเจ้าสายน้ำผึ้งคิดว่านางหยอกเล่นจึงกล่าวสัพยอกกลับ ฝ่ายพระนางสร้อยดอกหมากเมื่อได้ฟัง ด้วยความน้อยพระทัยนางจึงกลั้นพระทัยตายทันที พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงเสียพระทัยมาก จึงทรงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระนางสร้อยดอกหมาก และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดพระนางเชิญ” แต่นั้นมา
ปัจจุบันมีผู้มาสักการะเจ้าแม่สร้อยดอกหมากที่วัดพนัญเชิงทั้งชาวไทยและชาวจีน เมื่อมานมัสการองค์หลวงพ่อโตในพระวิหารเสร็จ ก็จะต้องแวะมาสักการะที่ตุึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมากด้วย คนจีนเรียกว่า “ศาลเจ้าแม่อาเนี้ย” ตั้งอยู่ริมน้ำด้านเหนือนอกกำแพงแก้ว ด้วยความเชื่อกันว่า เจ้าแม่สร้อยดอกหมากสามารถดลบันดาลให้ผู้ที่กราบไหว้ได้สมปรารถนาดังที่ขอ ไว้ได้ทุกเรื่องทุกประการ โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องของความรัก คู่ครอง และการขอบุตร