แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง อุดรธานี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเภทแหล่งอนุสรณ์สถาน จัดตั้งขึ้นในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ภายในพิพิธภัณฑ์นั้นจะจัดแสดงหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นที่บ้านเชียงและแหล่งโบราณคดีที่ใกล้เคียง โดยทางกรมศิลปากรได้สำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่บ้านเชียงระหว่าง พ.ศ. 2517 – 2518 จากการพบหลักฐานต่างๆ ทำให้บ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 5,600 – 1,800 ปี ซึ่งทางองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้มีการจดทะเบียนให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงนั้นเป็น ‘มรดกโลก’ ทางประวัติศาสตร์ ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย เมื่อธันวาคม พ.ศ. 2535
ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง แห่งนี้ ก่อตั้งหลังจากการเสด็จประพาสเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 การเสด็จประพาสดังกล่าวได้ปลุกจิตสำนึกและความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งกำลังประสบปัญหาเรื่องการลักลอบค้าโบราณวัตถุในขณะนั้น ทางกรมศิลปากรจึงได้ทำเนินการเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ใน พ.ศ. 2518 มีการเปิดให้กับคนไทยและชาวต่างชาติ และนับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่งแห่งแรกของประเทศไทย และต่อมาใน พ.ศ. 2526 ทางมูลนิธิจอห์น เอฟ. เคนเนดี ได้มีการมอบทุนสนับสนุนในการสร้างอาคารหลังที่ 2 โดยถูกสถาปนาชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ เสด็จแทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 และต่อมาใน พ.ศ. 2549 ทางกรมศิลปากรได้รับงบประมาณเพื่อปรับปรุงแหล่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินโดจีน จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารจัดแสดงนิทรรศการหลังใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามของอาคารนี้ว่า อาคารกัลยาณิวัฒนา และโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 นับเป็นพิพิธภัณฑ์ของไทยที่มีความสำคัญและควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมเพราะเต็มไปด้วยวัตถุโบราณที่มีคุณค่าและอีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์มรดกโลกทางประวัติศาสตร์อีกด้วย