ข้ามไปยังเนื้อหา
ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่

ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่

Mae Chaem’s Teen Jok Handicrafts Center

เชียงใหม่ แม่แจ่ม ·
ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่ ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่ ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่ ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่ ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม เชียงใหม่
แหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่ : ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม

ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่บ้านท้องฝาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมไว้ โดยเฉพาะการทอผ้าซิ่นตีนจก เอกลักษณ์ของสตรีแม่แจ่มที่ผูกพันกับผ้าซิ่นมาตั้งแต่โบราณ สตรีแม่แจ่มต้องมีทอไว้เองอย่างน้อยหนึ่งผืนเป็นความภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว ผ้าซิ่นตีนจกจึงถูกนำมาใช้เฉพาะพิธีกรรมสำคัญเท่านั้นไม่ต่างกับกิโมโนของญี่ปุ่น ที่ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่มเป็นศูนย์จำหน่ายผ้าซิ่นตีนจกให้กับนักท่องเที่ยว มีการสืบทอดลวดลายผ้าซิ่นตีนจกที่หาชมได้ยาก ผ้าซิ่นตีนจกลายโบราณใช้เวลาทอหนึ่งเผือนใช้เวลาเป็นเดือนๆ ลายประยุกต์ใช้เวลามากกว่าครึ่วเดือน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อหาผ้าซิ่นตีนจกเก็บไว้หรือเหมาะสำหรับไปเป็นของขวัญญาติผู้ใหญ่ ขณะที่อาคารอีกหลังนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมการทอผ้าซิ่นตีนจกได้อย่างใกล้ชิด

ประวัติผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม

ในสมัยโบราณผู้หญิงแม่แจ่มมีหน้าที่และทำงานร่วมกับผู้ชายเพื่อหารายได้มาสู่ครอบครัว นอกจากทำงานแล้วผู้หญฺงแม่แจ่มยังมีหน้าที่ดูแลบ้าน โดยมีงานถักทอที่ผู้หญิงแม่แจ่มภาคภูมิใจคือ งานถักทอเพื่อสวมใส่เป็นเครื่องนุ่งห่ม เป็นหน้าตาของคนในครอบครัวไม่ให้ผู้อื่นดูถูกดูแคลน ดังคำพูดที่ว่า

“ตุ๊กบ่อได้กิ๋น บ่อหมีคนต๋ามไฟส่องต๊อง ตุ๊กบ่อได้นุ่งได้หย้อง ปี้น้องดูแคลน”
หมายความว่า หากยากจนไม่มีจะกิน มักไม่มีคนเห็น แต่หากไม่มีเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวดีๆ ญาติพี่น้องมักดูถูกดูแคลนได้

ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มจึงเป็นศิลปหัตถกรรมที่มีความงดงามเป็นมรดกตกทอดมาสู่ปัจจุบัน เป็นเอกลักษณ์ของแม่แจ่ม อันเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้น และสร้างลวดลายขึ้นบนผืนผ้าด้วยการจก คือการสอดหรือควักเส้นฝ้ายสีต่างๆ ที่พุ่งสลับกันเป็นช่วงๆ เพื่อให้เกิดเป็นรูปและลวดลายต่างๆ ขึ้นมาโดยใช้ขนเม่น โลหะ หรือไม้ปลายแหลมเป็นเครื่องมือ

ผู้หญิงแม่แจ่มจะทอผ้าเพื่อสวมใส่เอง การทอผ้าตีนจกจะบ่งบอกถึงลักษณะตัวตนของผู้หญิงชาวแม่แจ่ม ด้วยจินตนาการการสร้างลวดลายบนผืนผ้าและความอดทนในการทอ ทำให้ผ้าทอแต่ละผืนมีความแตกต่างกัน แสดงให้เห็นอารมณ์และความรู้สึกของผู้ทอ ในสมัยก่อนบ้านที่มีลูกสาวทุกคนต้องสอนให้ลูกทอผ้าเป็น

ผ้าซิ่นตีนจกแต่ละผืนใช้เวลาทอนาน ผู้ทอจึงเกิดความหวงแหนและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในสมัยโบราณผ้าตีนจกถูกสวมใส่ในพิธีกรรมสำคัญ อาทิ งานปอยหลวง วันศีล วันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา ตานก๋วยสลาก เทศกาลปีใหม่ สตรีแม่แจ่มจะมีผ้าตีนจกอย่างน้อย 1 ผืน เพื่อเก็บไว้ใส่ในพิธีหรือตอนเสียชีวิต ส่วนผู้ที่มีความขยันในการทอ จะมีผ้าตีนจกอย่างน้อย 3 ผืน ผืนแรกให้ลูกหลานนุ่งใส่ในตอนเสียชีวิตและนำไปเผาพร้อมร่าง ผืนที่สองให้ลูกหลานนำไปถวายตอนทำบุญอุทิศส่วนกุศล และผืนที่สามให้ลูกหลานเก็บไว้เพื่อเป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันไป นอกจากนั้นผ้าตีนจกยังนำไปใช้เป็นของกำนัลผู้ที่เคารพนับถือเท่านั้น จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ในสมัยก่อนสตรีแม่แจ่มจะใช้เป็นของฝากญาติผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพนับถือ โดยเฉพาะในวันสงกรานต์ หรือปีใหม่ที่มีประเพณีการรดน้ำดำหัว นิยมใช้เป็นของไหว้แม่สามีหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

จก เป็นเทคนิคการทำลวดลายบนผืนผ้าบนเส้นพุ่ง ด้วยวิธีการสอดด้ายเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ โดยใช้ขนแม่นหรือเหล็กแหลมช่วยในการจกหรือควักเส้นด้ายขึ้นมาบนเนื้อผ้าที่ทออยู่ การจกเป็นการสร้างลวดลายที่สามารถใช้ฝ้ายได้หลากหลายสีในลวดลายต่างๆ ที่ทำขึ้น ผ้าแม่แจ่มจะใช้เทคนิคนี้เป็นส่วนใหญ่ โดยคว่ำหน้าผ้าลงกับกี่ที่ทอ ซึ่งทำให้สามารถเก็บเงื่อนหรือปมฝ้ายได้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่หลุดง่าย รวมทั้งลวดลายที่เกิดขึ้นด้านหลังของลายซึ่งอยู่ด้านบนของกี่นี้มีความสวยงามไม่แพ้ด้านหน้าซิ่นแม่แจ่มจึงสามารถนุ่งได้ 2 ด้าน ดังจะเห็นคนเฒ่าคนแก่มักนิยมนุ่งซิ่นด้านในออกนอกเสมอ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เก่าเร็วเกินไปด้วย

ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มมีลักษณะเด่นในการสร้างผลงานของช่างผู้ทอ ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งลายดั้งเดิม ซึ่งสามารถจัดแบ่งผ้าจกตามลักษณะลวดลายได้ดังนี้
1. ลวดลายอุดมคติ เป็นลวดลายที่สะท้อนความเชื่อในศาสนาออกมาเป็นรูปสัญลักษณ์อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนา
2. ลวดลายคนและสัตว์ ส่วนใหญ่พบในผ้าหลบสะลี (ผ้าปูที่นอน) ผ้าป้าด
3. ลวดลายพรรณพฤกษา พบในหน้าหมอนเป็นส่วนใหญ่
4. ลวดลายเปรียบเทียบสิ่งของใกล้ตัว

วิธีนุ่งนิยมนุ่งซิ่นให้ยาวกรอมเท้าปิดตาตุ่ม ลักษณะของผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มประกอบด้วย ส่วนเอวซิ่น ส่วนตัวซิ่น ส่วนตีนซิ่น

ประวัติผ้าซิ่นบ้านท้องฝาย

บ้านท้องฝาย อยู่ในตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ดินแดนชนบทของเชียงใหม่ที่ยังคงวิถีแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีแบบดั้งเดิมได้จนถึงปัจจุบัน การทอผ้าซิ่นตีนจกของที่นี่คือมรดกอันทรงคุณค่าที่ยังสืบสานภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษไว้ได้ บ้านแทบทุกหลังในหมู่บ้านนี้ที่ลานใต้ถุนประดับกี่ทอผ้าที่ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนนั้นชาวบ้านท้องฝายจะทอผ้าแต่ละผืนของตนเองอย่างอิสระ จนมาในปี พ.ศ. 252ฃ ชาวบ้านได้ร่วมแรงกันจัดตั้งกลุ่มทอผ้าซิ่นตีนจกขึ้นในหมู่บ้าน โดยยังคงไว้ซึ่งกรรมวิธีแบบดั้งเดิม แต่แทรกลวดลายให้วิจิตรงดงามยิ่งขึ้น มีการแปรรูปผ้าทอผืนงามไปเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ จนทำให้ผ้าซิ่นตีนจกของบ้านท้องฝายเริ่มกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน

ในปี พ.ศ. 2541 หมู่บ้านท้องฝายได้รับรางวัลหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น ในปี พ.ศ. 2553 หมู่บ้านได้รับรางวัลพระราชทานหมู่บ้านดีเด่นประเภทอนุรักษ์ชุมชนพื้นถิ่นดีเด่นประจำปี จากสมเด็จพระเทพรัตรราชสุดาฯ ณ ศาลาดุสิตดาลัย

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อภาษาไทย
ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม
ชื่อภาษาอังกฤษ
Mae Chaem’s Teen Jok Handicrafts Center
ข้อมูลอ้างอิง
ศูนย์สารสนเทศหม่อนไหมและประชาสัมพันธ์ กรมหม่อนไหม , หนังสือผ้าตีนจกแม่แจ่ม , ป้ายภายในสถานที่

การเดินทาง

การเดินทางโดยทางรถยนต์ส่วนตัว
  • จากตัวเมืองเชียงใหม่ วิ่งมาตาม ถ. สายเชียงใหม่–ฮอด (ถนนสาย 108) เพื่อไปทาง อ.จอมทอง หรือ ดอยอินทนนท์ ผ่าน อำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง เข้าสู่อำเภอจอมทอง ระยะประมาณ 56 กิโลเมตร ก่อนถึงพระธาตุศรีจอมทองฯ จะมีแยกเลี้ยวขึ้นดอยอินทนนท์
  • เส้นทางจะเข้าสู่ถนนสาย 1009 มุ่งตรงขึ้นสู่ดอยอินทนนท์ ผ่านด่านจุดตรวจของอุทยานแห่งชาติที่ 1 (ให้บอกที่ด่านว่าจะไปแม่แจ่ม) บ้านแม่กลางหลวง สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จากนั้นจะเข้าสู่ด่านจุดตรวจอุทยานแห่งชาติที่ 2 จากด้านล่างจนถึงจุดนี้มีระยะทาง 38 กิโลเมตร เป็นเส้นทางขึ้นลงเขา
  • เมื่อผ่านด่านจุดตรวจอุทยานแห่งชาติที่ 2 จะมีทางเลี้ยวซ้ายเพื่อไปอ.แม่แจ่ม ให้สังเกตป้ายทางไปบ่อน้ำพุร้อนเทพพนม จากจุดนี้จะขึ้นลงเขาชันและมีโค้งหักศอกจำนวนมาก ผู้ขับควรขำนาญการขับรถ จนไปถึงตัวอำเภอแม่แจ่ม จากจุดนี้ใช้ระยะทางทั้งหมด 23 กิโลเมตร ใช้เวลาขับขี่ประมาณ 40 นาที – 1 ชัวโมง
  • * หรืออีกเส้นทางเมื่อเลยอำเภอจอมทองให้มาถึงอำเภอฮอด เมื่อเลยป้ายที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวงมาประมาณ 4.5 กิโลเมตร จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1088 วิ่งตรงไปอีก 46 กิโลเมตรก็จะเข้าอำเภอแม่แจ่มได้เช่นกัน
  • จากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ฝั่งตลาดจะมีสะพานข้ามแม่น้ำแม่แจ่ม ให้ข้ามสะพานเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายไปบ้านท้องฝาย จะผ่านร้านค้าขายผ้าซิ่นตามรายทาง ระยะอีกประมาณ 800 เมตร ก็ถึงศูนย์หัตกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม อยู่ทางขวา
การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ
  • จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้เรียกรถแดงมาลงที่ประตูเชียงใหม่ จากนั้นหาคิวรถโดยสารสองแถวสายเชียงใหม่ – จอมทอง ลงที่อำเภอจอมทอง
  • ให้มาขึ้นที่คิวรถสองแถวสาย จอมทอง-แม่แจ่ม มีรถเวลา 09:30 , 11:30 , 13:30 , 15:30 , 17:30 รถเต็มก่อนออกก่อน รถจะไปจอดที่คิวรถในตัวเมืองแม่แจ่ม ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง (ขากลับแม่แจ่ม-จอมทอง มีรถเวลา 04:30 (รถจอดหน้าอำเภอ) , 07:00 , 09:00 , 12:00 , 15:00 รถเต็มก่อนออกก่อน) จากนั้นจึงเหมารถเที่ยวต่อ หรือ ให้พาไปส่งร้านเช่ามอเตอร์ไซด์

กิจกรรมแนะนำ

1

อุดหนุนหัตถกรรมชาวบ้าน

นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมบริเวณบ้านท้องฝาย จะเห็นร้านค้าจำหน่ายผ้าซิ่นตีนจกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นริมถนน ภายในหมู่บ้าน หรือ ศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่มแห่งนี้ ภายในมีผ้าซิ่นตีนจกให้ซื้อหา มีตั้งแต่ลายโบราณซึ่งใช้เวลาถักทอนานนับเดือน ลายประยุกต์ หรือลายทั่วไป ราคาขึ้นอยู่กับลวดลายการถักทอ นอกจากนั้นยังมีเสื้อผ้าที่ทำจากฝ้ายให้ลองเลือกซื้อหาเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ หรือนำมาใช้เองก็ได้

2

ชมวิธีการทำซิ่นตีนจก

บริเวณอีกอาคารของศูนย์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมวิธีการทอซิ่นตีนจกโดยชาวบ้านผุ้ชำนาญในการทอ กรรมวิธีการทอซิ่นตีนจก เริ่มตั้งแต่การเตรียมเส้นไหมในการทอผ้า โดยนำเส้นไหมที่เตรียมไว้เป็นเส้นยืนที่ฟอกย้อมสีเรียบร้อยแล้ว มากรอใส่หลอดทำการเดินเส้นยืน นำเครือเส้นยืนมาต่อเส้นไหมเข้ากับฟืม ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเรียงเส้นด้ายยืนบนกี่ทอผ้า เรียกว่า สืบเครือหูก เป็นการเตรียมเส้นยืนในการทอผ้า เตรียมเส้นไหมพุ่ง โดยกรอเส้นไหมใส่ลงในแกนหลอดด้ายในกระสวย โดยเตรียมทั้งเส้นพุ่ง และ เส้นพุ่งพิเศษ

เริ่มการทอโดยการเหยียบไม้ที่ผูกติดตะกอ เส้นยืนจะถูกแยกออก และเกิดช่องว่างให้สอดกระสวยได้พุ่งผ่านได้ เมื่อพุ่งกระสวยแล้วต้องกระทบฟืมเสมอเพื่อให้ด้ายพุ่งแนบติดกัน หรือทอพิเศษ ด้วยกระสวย 2 ตัว บรรจุด้ายตัวละสี พุ่งเข้าหากันตรงกลาง และไขว้เส้นด้ายกันก่อนพุ่งกลับ เมื่อพุ่งกระสวยแล้วให้กระทบฟืมเสมอ เมื่อทอได้ผ้าความยาวช่วงหนึ่งจะเริ่มทำการจก
การจก ใช้ขนเม่นหรือเหล็กแหลมควักด้ายเส้นยืนตามแต่ลวดลายในแต่ละแถว และสอดด้วยเส้นพุ่งพิเศษที่เตรียมไว้ ซึ่งผู้ทอใช้ทอสลับสีได้หลากสีตามภูมิปัญญา ความชำนาญและจินตนาการที่เกิดจากธรรมชาติโดยรอบ เป็นการจกลวดลายที่ค่อนข้างถี่แน่น เมื่อจกครบแถว ให้พุ่งกระสวย 1 ครั้ง แล้วกระทบฟืม การจกเป็นการจกแบบ“คว่ำลายลง” คือจกด้านหลังของผ้า และใช้วิธีการผูกเก็บปม เส้นพุ่งพิเศษด้านบน โดยต้องผูกเก็บเส้นด้ายเรียบร้อยเป็นระเบียบสวยงาม ไม่มีเส้นด้ายไขว้ไปมา ผ้าที่ได้จะมีลวดลายแน่นเรียบ คล้ายกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถใช้ผ้าได้ทั้งสองด้าน

สถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ

นครราชสีมา shareloma

มิดวินเทอร์ ป็อปอัพ มาร์เก็ต นครราชสีมา

มาเดินเล่นที่ตลาด มิดวินเทอร์ ป็อปอัพ มาร์เก็ต ดื่มด่ำบรรยากาศหน้าหนาว

นครราชสีมา
เชียงราย shareloma

สิงห์ปาร์ค เชียงราย

เที่ยวที่เที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

เชียงราย
บุรีรัมย์ shareloma

ถนนคนเดินเซราะกราว บุรีรัมย์

เดินชม ช็อปปิ้ง หาของกินที่ถนนคนเดิน เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท

บุรีรัมย์
นครราชสีมา shareloma

สวนแม่หม่อน ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ นครราชสีมา

มาชมสวนหม่อนและสวนวนิลลา ดื่มด่ำบรรยากาศ ที่สวนแม่หม่อน ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่

นครราชสีมา